ตู้ ATM ถอนเงินไม่ใช้บัตรยุ่งยาก? อัปเดตล่าสุด 5 วิธีที่รวดเร็วและปลอดภัยปี 2026

ในปี 2026 นี้ การถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ATM กลายเป็นเรื่องปกติ แต่หลายคนยังพบว่าขั้นตอนอาจดูซับซ้อนและกังวลเรื่องความปลอดภัย บทความนี้ได้รวบรวมและอัปเดต 5 วิธีการถอนเงินล่าสุดจากแอปพลิเคชันธนาคารชั้นนำ ที่จะช่วยให้คุณทำธุรกรรมที่ตู้ ATM ได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น เราจะเจาะลึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสร้างรหัสถอนเงินไปจนถึงข้อควรระวังเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ทำให้การถอนเงินสดของคุณเป็นเรื่องง่าย สะดวก และปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าคุณจะใช้บริการของธนาคารใดก็ตาม
ถอนเงิน - ถอนเงินไม่ใช้บัตร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ถอนเงินไม่ใช้บัตร

รวมวิธีถอนเงิน 2569

ในปี 2569 นี้ วิธีการถอนเงินได้พัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวคิด การถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือ ธุรกรรมไม่ใช้บัตร ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลที่เน้นความสะดวกและความปลอดภัย หากคุณลืมบัตรหรือไม่อยากพกบัตรออกจากบ้าน ก็ยังสามารถกดเงินสดไม่มีบัตร ได้อย่างง่ายดาย วิธีหลักที่นิยมในปัจจุบันคือการสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิ้ง ของธนาคารต่างๆ แล้วนำไปสแกนที่ตู้ ATM ที่รองรับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ที่ครอบคลุมมากขึ้น

เริ่มจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ใหญ่ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านแอป SCB EASY คุณสามารถสร้างรหัส การถอนเงินไม่ใช้บัตร ได้โดยเข้าไปที่เมนู "บริการ" แล้วเลือก "ถอนเงินผ่านรหัส/QR ที่ตู้ ATM" แอปจะสร้างรหัสตัวเลขหรือ QR Code พร้อมระบุจำนวนเงินและวันเวลาที่หมดอายุ (มักอยู่ที่ 5-10 นาที) จากนั้นคุณเพียงนำรหัสนี้ไปกดที่ตู้ K-ATM หรือนำ QR Code ไปสแกนที่ตู้ ที่มีสัญลักษณ์รองรับ โดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตรหรือ รหัส PIN บัตรแต่อย่างใด กระบวนการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ ธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ ที่สมบูรณ์แบบ

สำหรับลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย ก็สามารถใช้แอป K PLUS เพื่อเข้าถึงบริการเดียวกันนี้ได้อย่างสะดวก โดยขั้นตอนคล้ายคลึงกัน คือเลือกเมนู "ถอนเงินแบบไม่ใช้บัตร" จากนั้นตั้งรหัสและจำนวนเงิน เมื่อได้รหัสแล้วก็ไปที่ตู้ ATM ของกสิกรไทยเพื่อกรอกรหัสและรับเงินสดออกมาได้ทันที ส่วน ธนาคารกรุงไทย ก็มีฟีเจอร์นี้ในแอป Krungthai NEXT ภายใต้ชื่อบริการ "Krungthai Cash Code" ซึ่งนอกจากถอนเงินที่ตู้ของตัวเองแล้ว ยังสามารถใช้กับตู้ ATM ของบางธนาคารพันธมิตรได้ด้วย นี่คือความก้าวหน้าของ บริการธนาคารข้ามธนาคาร ในรูปแบบใหม่

ธนาคารอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า ธนาคารกรุงศรี เปิดให้บริการผ่าน krungsri app ในชื่อ "Cash Code" โดยมีขั้นตอนการใช้งานแอปพลิเคชันที่เรียบง่ายและรวดเร็ว ขณะที่ ธนาคารออมสิน ก็พัฒนาบริการนี้ในแอปธนาคารเช่นกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ส่วน ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP ก็มีแอป KKP MOBILE ที่รองรับการสร้างรหัสสำหรับ กดเงินไม่ใช้บัตร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการใช้รหัสผ่านแอปแล้ว อีกช่องทางสำคัญคือ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ซึ่งแพร่หลายมากขึ้นในปี 2569 โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลสาขาธนาคาร คุณสามารถเดินเข้าไปที่ร้านค้าตัวแทน เช่น ร้านสะดวกซื้อ หรือจุดให้บริการที่แสดงโลโก้ธนาคารนั้นๆ จากนั้นแจ้งความประสงค์ถอนเงินและแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมระบุหมายเลขบัญชีหรือแสดง QR Code จากแอปธนาคารเพื่อยืนยันตัวตน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการให้และคุณจะได้รับเงินสดพร้อม e-Slip เป็นหลักฐานทันที บริการนี้ช่วยลดปัญหาการเดินทางและขยายการเข้าถึง ธุรกรรมทางการเงิน ได้กว้างขวางขึ้น

ข้อควรระวังและคำแนะนำในการใช้บริการเหล่านี้ ได้แก่ ความปลอดภัยของรหัส: รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ที่สร้างขึ้นมามีอายุสั้นมาก (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 10 นาที) และควรเก็บเป็นความลับ ห้ามส่งให้ผู้อื่นเห็น เพื่อป้องกันการถูกแอบกดเงิน ค่าธรรมเนียม: โดยทั่วไปการถอนเงินไม่ใช้บัตรที่ตู้ ATM ของธนาคารตัวเองมักไม่เสีย ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน แต่หากถอนผ่านตู้ ATM ของธนาคารอื่น หรือใช้บริการผ่านตัวแทน อาจมีค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ซึ่งควรตรวจสอบใน คู่มือการใช้งานแอป หรือสอบถามจากธนาคารล่วงหน้า ขีดจำกัด: บริการนี้มักมีขีดจำกัดจำนวนเงินต่อวันและต่อครั้ง ซึ่งต่ำกว่าการถอนด้วยบัตรปกติ ควรตรวจสอบขีดจำกัดในแอปก่อนใช้งาน การเตรียมตัว: ต้องมีสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอปธนาคารและลงทะเบียนบริการไว้ล่วงหน้า รวมถึงต้องมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างรหัส

การมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้ในปี 2569 ทำให้การจัดการเงินสดเป็นเรื่องที่คล่องตัวและปลอดภัยกว่าเดิม ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การถอนเงินไม่ใช้บัตร ผ่านตู้ ATM ด้วยรหัสหรือ สแกน QR Code หรือจะใช้บริการ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ในชุมชนก็ได้ ความหลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันและพัฒนาบริการ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ของทุกสถาบันการเงิน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคที่ความรวดเร็วและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ

ถอนเงิน - ตู้ ATM

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ตู้ ATM

ค่าธรรมเนียมและวงเงินถอน

เมื่อพูดถึง ค่าธรรมเนียมและวงเงินถอน สำหรับบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร ในยุค 2026 นี้ ผู้ใช้บริการ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง จำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดให้ชัดเจน เพราะนโยบายของแต่ละธนาคารมีความแตกต่างกัน และมีการอัปเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมหลักจะเกิดขึ้นเมื่อคุณทำธุรกรรมข้ามธนาคาร หรือใช้บริการผ่านช่องทางเฉพาะ เช่น ตู้ ATM ของธนาคารอื่น หรือ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร (แบงก์กิ้งเอเย่นต์) ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย และใช้แอป K PLUS เพื่อสร้าง รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ไปกดเงินที่ตู้ K-ATM ของธนาคารตัวเอง คุณมักจะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ อย่างไรก็ตาม หากคุณจำเป็นต้องไปกดเงินที่ตู้ ATM ของ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรี หรือ ธนาคารออมสิน คุณอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมข้ามธนาคาร ซึ่งในปี 2026 นี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจอยู่ที่ประมาณ 10-20 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายของเครือข่ายและข้อตกลงระหว่างธนาคารนั้นๆ

สำหรับ วงเงินถอน ต่อวันหรือต่อครั้ง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กำหนดโดยแต่ละแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิ้ง ผ่านระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB EASY และ ธนาคารกรุงไทย ผ่าน Krungthai NEXT มักจะกำหนดวงเงินสูงสุดสำหรับ การถอนเงินไม่ใช้บัตร ไว้ที่ประมาณ 20,000 - 50,000 บาทต่อวัน แต่สามารถปรับเพิ่มได้โดยการขออนุญาตจากธนาคารหรือผ่านการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ในทางกลับกัน ธนาคารกรุงศรี ผ่าน krungsri app และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ผ่าน KKP MOBILE อาจมีวงเงินเริ่มต้นที่ต่ำกว่า สำหรับผู้ใช้ใหม่ เช่น วงเงิน 10,000 บาทต่อครั้ง แต่ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าวงเงินได้เองในแอปภายใต้ขีดจำกัดสูงสุดที่ธนาคารกำหนด ขั้นตอนการปรับวงเงินนี้เป็นส่วนหนึ่งของ คู่มือการใช้งานแอป ที่ผู้ใช้ควรศึกษาอย่างละเอียด

นอกจากค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารแล้ว ยังมีค่าบริการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ค่าบริการเมื่อใช้ รหัสถอนเงิน ที่สร้างขึ้นแต่ไม่ได้ใช้ภายในเวลาที่กำหนด (มักจะหมดอายุใน 24 ชั่วโมง) ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม แต่หากต้องการสร้างรหัสใหม่ก็สามารถทำได้ฟรี ความสะดวกของ ธุรกรรมไม่ใช้บัตร นี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการพกพาบัตร ATM จริงและป้องกันการขโมย รหัส PIN ได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ควรตรวจสอบ ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน เป็นประจำผ่านแอปพลิเคชันหลักของธนาคาร เนื่องจากนโยบายอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองต่อสภาพการแข่งขันและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองดูตัวอย่างการใช้งานจริง: สมมติว่าคุณต้องการ กดเงินสดไม่มีบัตร จำนวน 30,000 บาท โดยใช้แอป SCB EASY ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ขั้นตอนแรก คุณจะเข้าไปที่เมนู “ถอนเงินไม่ใช้บัตร” หรือ “สร้าง QR Code ถอนเงิน” ในแอป จากนั้นเลือกรูปแบบการรับเงิน (เช่น รับที่ตู้ ATM หรือที่สาขาผ่าน SCB Service) และกำหนดจำนวนเงิน แอปจะสร้าง รหัสถอนเงิน ขึ้นมาเป็นตัวเลขหรือ QR Code พร้อมแสดง วงเงินถอน ที่เหลือของคุณในวันนั้น คุณนำรหัสหรือ QR Code นี้ไปที่ตู้ ATM ของ SCB หรือตู้ของพันธมิตรที่ร่วมบริการ แล้วเลือกเมนู “กดเงินไม่ใช้บัตร” หรือ “สแกน QR Code” บนจอสัมผัสของตู้ ATM เพื่อทำธุรกรรมต่อ โดยคุณจะไม่เสียค่าธรรมเนียมหากใช้ตู้ของ SCB แต่หากใช้ตู้ของ ธนาคารกรุงศรี คุณอาจเห็นค่าธรรมเนียมข้ามธนาคารปรากฏบนหน้าจอให้ยืนยันก่อนกดเงินเสมอ

สำหรับลูกค้า ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร การใช้บริการ ถอนเงินข้ามธนาคาร ผ่านตู้ ATM ทั่วไปอาจมีค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นก่อนทำธุรกรรมใดๆ ควรศึกษาข้อมูลในแอป KKP MOBILE หรือแอปของธนาคารออมสินให้ดี หรือแม้แต่การใช้บริการ การถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร เช่น ที่ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ซึ่งในปี 2026 บริการนี้ขยายตัวมากขึ้น อาจมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการถอนผ่านตู้ ATM ข้ามธนาคารเสียอีก แต่จะมีวงเงินถอนต่อครั้งที่จำกัดกว่า เช่น ครั้งละไม่เกิน 5,000 บาท

สุดท้ายนี้ หนึ่งในหัวใจสำคัญของการจัดการ ค่าธรรมเนียมและวงเงินถอน คือการวางแผน ธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ ของคุณล่วงหน้า หากรู้ตัวว่าต้องใช้เงินสดจำนวนมากและต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม การใช้ตู้ ATM ของธนาคารตัวเองผ่านบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร ย่อมเป็นทางเลือกที่ประหยัดที่สุด หรือหากจำเป็นต้องใช้เงินด่วนและอยู่ใกล้แต่ตัวแทนธนาคาร การใช้บริการ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ก็อาจคุ้มค่ากว่าการเดินทางไปหาตู้ ATM ของธนาคารตัวเองที่อยู่ไกล การเข้าใจนโยบายเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จาก ดิจิทัลแบงก์กิ้ง ได้อย่างเต็มที่และชาญฉลาดมากขึ้นในยุคที่ทุก ธุรกรรมทางการเงิน ถูกขับเคลื่อนด้วยสมาร์ทโฟน

คำถามที่พบบ่อย

ในปี 2026 มีวิธีถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารโดยไม่ใช้บัตร ATM อย่างไรบ้าง?

ปัจจุบันในปี 2026 การถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายอย่างมาก ธนาคารส่วนใหญ่ได้พัฒนาระบบผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ทำให้คุณสามารถทำธุรกรรมได้ที่ตู้ ATM ที่รองรับเพียงแค่มีสมาร์ทโฟน การยืนยันตัวตนมักใช้รหัส OTP หรือการสแกนใบหน้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  • การถอนเงินผ่าน Mobile Banking:** เข้าสู่แอปพลิเคชันของธนาคาร เลือกเมนู 'ถอนเงินไม่ใช้บัตร' จากนั้นนำรหัสที่ได้รับไปกดที่ตู้ ATM ภายในเวลาที่กำหนด
  • การสแกน QR Code ที่ตู้ ATM:** ใช้แอปพลิเคชันธนาคารสแกน QR Code ที่ปรากฏบนหน้าจอของตู้ ATM เพื่อเริ่มทำรายการถอนเงิน
  • บริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent):** ถอนเงินสดได้ที่เคาน์เตอร์บริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ หรือที่ทำการไปรษณีย์ โดยใช้บัตรประชาชนและแอปพลิเคชันในการยืนยันตัวตน

การถอนเงินผ่านแอปพลิเคชันมือถือมีความปลอดภัยแค่ไหน และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

การถอนเงินผ่านแอปพลิเคชันมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนหลายชั้น เช่น รหัสผ่าน, PIN, การสแกนลายนิ้วมือ หรือใบหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานยังคงต้องระมัดระวังเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากมิจฉาชีพ การรักษาข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

  • ไม่ใช้ Wi-Fi สาธารณะ:** หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการดักจับข้อมูล
  • ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก:** ตั้งรหัสผ่านของแอปพลิเคชันและรหัสล็อกหน้าจอโทรศัพท์ให้ซับซ้อนและไม่ซ้ำกับบริการอื่น
  • ตรวจสอบการแจ้งเตือนเสมอ:** เปิดใช้งานการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม เพื่อให้สามารถทราบและระงับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติได้ทันที

ค่าธรรมเนียมการถอนเงินข้ามเขตหรือต่างธนาคารในปี 2026 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

นโยบายค่าธรรมเนียมการถอนเงินในปี 2026 ยังคงคล้ายกับช่วงปีก่อนหน้า โดยการถอนเงินภายในเขตและธนาคารเดียวกันส่วนใหญ่มักจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม การถอนเงินข้ามเขตหรือต่างธนาคารยังคงมีค่าบริการ ซึ่งอัตราอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน

  • ตรวจสอบโปรโมชัน:** ธนาคารดิจิทัลและธนาคารแบบดั้งเดิมหลายแห่งมักมีโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไข เช่น จำนวนครั้งต่อเดือน หรือสำหรับบัญชีเงินเดือน
  • ศึกษาข้อมูลจากธนาคาร:** ควรตรวจสอบประกาศค่าธรรมเนียมล่าสุดบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของธนาคารที่ใช้บริการโดยตรง
  • วางแผนการถอนเงิน:** หากจำเป็นต้องใช้เงินสดจำนวนมาก ควรวางแผนถอนเงินจากตู้ของธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น

วงเงินการถอนเงินสดต่อวันผ่านช่องทางต่างๆ ในปี 2026 ถูกกำหนดไว้อย่างไร?

วงเงินการถอนเงินสดต่อวันจะแตกต่างกันไปตามประเภทของบัญชีและช่องทางที่ใช้บริการ โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดวงเงินสูงสุดเพื่อบริหารความเสี่ยงและป้องกันการทุจริต ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบหรือปรับเปลี่ยนวงเงินได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือติดต่อสาขา

  • ตู้ ATM:** วงเงินถอนผ่านบัตรเดบิตโดยทั่วไปอยู่ที่ 20,000 - 50,000 บาทต่อครั้ง และสูงสุด 100,000 - 200,000 บาทต่อวัน
  • การถอนเงินไม่ใช้บัตร:** วงเงินมักจะต่ำกว่าการใช้บัตร โดยอาจอยู่ที่ 5,000 - 20,000 บาทต่อครั้ง และสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน
  • เคาน์เตอร์ธนาคาร:** สามารถถอนเงินได้ตามจำนวนเงินในบัญชี แต่หากเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก (เช่น เกิน 500,000 บาท) อาจต้องแจ้งล่วงหน้า

หากกดเงินที่ตู้ ATM แล้วเงินไม่ออก แต่ระบบตัดเงินในบัญชีไปแล้ว ควรทำอย่างไร?

กรณีนี้เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ต้องกังวลใจ สิ่งสำคัญคือต้องเก็บหลักฐานและติดต่อธนาคารโดยเร็วที่สุด โดยปกติแล้วธนาคารจะมีกระบวนการตรวจสอบและปรับปรุงยอดเงินคืนให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันทำการ

  • เก็บสลิปหรือบันทึกรายการ:** หากมีสลิปออกมาให้เก็บไว้ หรือถ่ายรูปหน้าจอที่แสดงข้อผิดพลาด รวมถึงจดจำวัน เวลา และรหัสตู้ ATM
  • ติดต่อ Call Center ทันที:** โทรศัพท์ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของธนาคารเจ้าของบัตรเพื่อแจ้งปัญหาและอายัดรายการดังกล่าว
  • ติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง:** หลังจากแจ้งเรื่องแล้ว ควรสอบถามหมายเลขอ้างอิงและติดตามความคืบหน้ากับธนาคารเป็นระยะ

การถอนเงินสดจากบัตรเครดิต (Cash Advance) มีข้อดีข้อเสียแตกต่างจากการถอนเงินจากบัตรเดบิตอย่างไร?

การถอนเงินสดจากบัตรเครดิตเหมาะสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการเงินสดเร่งด่วน แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการถอนจากบัตรเดบิตอย่างมาก เนื่องจากจะมีการคิดดอกเบี้ยทันทีนับตั้งแต่วันที่ถอน ในขณะที่การถอนจากบัตรเดบิตคือการนำเงินของตัวเองออกมาใช้จึงไม่มีดอกเบี้ย

  • ค่าธรรมเนียม:** การกดเงินสดจากบัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า (ปกติอยู่ที่ 3% ของยอดที่กด) และภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • อัตราดอกเบี้ย:** ดอกเบี้ยจะเริ่มคำนวณทันทีที่ทำรายการ โดยมีอัตราสูงกว่าดอกเบี้ยจากการใช้จ่ายปกติ และไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย
  • ความสะดวก:** เหมาะสำหรับใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้เป็นช่องทางหลักในการหาเงินสดหมุนเวียนเนื่องจากภาระดอกเบี้ยที่สูง

เมื่อเดินทางไปต่างประเทศในปี 2026 ควรเตรียมตัวเรื่องการถอนเงินสดอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด?

การเตรียมพร้อมเรื่องการเงินก่อนเดินทางไปต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถใช้จ่ายและถอนเงินสดได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมของบัตรที่ใช้ล่วงหน้า เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับทริปของคุณ

  • เปิดใช้งานบัตรสำหรับต่างประเทศ:** ติดต่อธนาคารเพื่อเปิดใช้งานบัตรเดบิตหรือเครดิตสำหรับการทำธุรกรรมในต่างประเทศ และสอบถามค่าธรรมเนียมการกดเงิน
  • ใช้บัตร Travel Card:** พิจารณาใช้บัตรเดินทาง (Travel Card) ซึ่งสามารถแลกเงินสกุลท้องถิ่นเก็บไว้ในบัตรได้ล่วงหน้า ทำให้ควบคุมงบประมาณและได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า
  • เลือกตู้ ATM ที่น่าเชื่อถือ:** ควรกดเงินจากตู้ ATM ที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ปลอดภัย เช่น ในธนาคาร หรือห้างสรรพสินค้า และสังเกตสัญลักษณ์เครือข่าย (เช่น PLUS, Cirrus) ที่ตรงกับบัตรของคุณ

บริการถอนเงินสดผ่าน QR Code ที่ร้านสะดวกซื้อหรือตัวแทนธนาคาร ทำงานอย่างไรและมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

บริการนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสบายในการเข้าถึงเงินสดโดยไม่จำเป็นต้องหาตู้ ATM เพียงใช้แอปพลิเคชัน Mobile Banking สร้าง QR Code สำหรับถอนเงิน แล้วนำไปแสดงให้พนักงานที่เคาน์เตอร์บริการสแกนเพื่อรับเงินสดได้ทันที ถือเป็นบริการที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ขั้นตอนการใช้งาน:** เข้าแอปธนาคาร เลือกเมนูถอนเงินผ่านตัวแทน/ร้านค้า ระบุจำนวนเงิน จากนั้นระบบจะสร้าง QR Code หรือบาร์โค้ดให้นำไปสแกนที่เคาน์เตอร์
  • วงเงินและค่าธรรมเนียม:** วงเงินถอนต่อครั้งมักไม่สูงนัก (เช่น 5,000 บาท) และอาจมีค่าธรรมเนียมบริการเล็กน้อยต่อรายการ ซึ่งควรตรวจสอบก่อนใช้บริการ
  • ข้อจำกัด:** บริการนี้อาจยังไม่ครอบคลุมทุกสาขา และขึ้นอยู่กับจำนวนเงินสดที่ร้านค้ามีสำรองไว้ในขณะนั้น